คัดลอกไฟล์ไม่ได้แก้ไขอย่างไรดี

วันนี้มีนักเรียนมาสอบถามคุณครูนะครับว่าทำไม คัดลอกไฟล์จากแฟลชไดรฟ์ลงเครื่องไม่ได้เอามาให้คุณครูดู พบว่าไฟล์ของหนูมีขนาด 8 GB กว่า ๆ และจะแก้ไขอย่างไรละทีนี้

จะกล่าวถึงสาเหตุก่อนนะครับ
ปัญหานี้ถ้าไฟล์ต้นฉบับไม่พังก็จะเกิดจากการที่ระบบไฟล์บน Hardisk ที่เราลง windows XP ในขั้นตอนการติดตั้งเราอาจทำการ format เป็นแบบ Fat32 ซึ่งไม่รองรับไฟล์ขนาดใหญ่เกิน 4GB ต่อไฟล์เนื่องจากระบบไฟล์ Fat32 เป็นระบบไฟล์แบบเก่าในปัจจุบันเราจะใช้ระบบไฟล์แบบ NTFS ( บนระบบปฏิบัติการของ Windows ) ซึ่งระบบไฟล์ NTFS มีข้อดีกว่า FAT32 อย่างมากทั้งการรองรับไฟล์ขนาดใหญ่และการจัดเก็บข้อมูลทำให้เราสามารถแตก File หรือคัดลอกไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 GB ได้

Image

รูปด้านบนจะเป็นการแจ้งเตือนกรณีที่ระบบไฟล์ไม่รองรับไฟล์ขนาดใหญ่ซึ่งระบบไฟล์ Fat32 ไม่รองรับไฟล์ขนาดใหญ่

สังเกตุบรรทัดที่สองที่จะบอกว่าต้องใช้ระบบไฟล์ NTFS เท่านั้นถึงจะรองรับไฟล์ขนาด 4GB ขึ้นไปได้
การตรวจสอบระบบไฟล์ในแต่ละไดร์ของเราให้เราคลิกเมาส์ขวาในไดร์ที่ต้องการแล้วเลือที่ property จะแสดงระบบไฟล์ดังแสดงในรูปด้านล่างรูปขวาจะเป็นระบบไฟล์ NTFS ซ้ายเป็น FAT32
การแก้ไขผมเคยนำมาลงไว้นานแล้วครับแต่บทความนั้นเป็นบทความการแปลงเฉยๆ  ไม่ได้กล่าวถึงปัญหา เลยเอาเรื่่องเก่ามาเล่่าใหม่อีกรอบเลยละกัน การแก้ไขวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องลงระบบปฏิบัติการใหม่เราจะทำการแปลงระบบไฟล์เพียงเท่านั้น
ในการเปลี่ยนระบบไฟล์โดยไม่ต้องลงระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. คลิ๊ก Start > Run

2. Copy คำสั่งนี้ไปใส่ในช่อง Open :
ถ้าต้องการเปลี่ยน Drive C: ให้เป็นระบบไฟล์ NTFS ให้พิมพ์ในกล่องรันว่า
convert C: /fs:ntfs

ถ้าต้องการเปลี่ยน Drive D:
convert D: /fs:ntfs 

Image

3. จากนั้นจะให้เราใส่ Volume Label ของไดร์ฟที่เราจะเปลียน แล้วกด Enter ซึ่งตัว Volume Lable นี้ ก้คือ ชื่อ ของ Drive นั่น เอง

4. จากนั้นจะขึ้นมาถามไห้เราพิม Y แล้วกด Enter เพื่อเป็นการยืนยันการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเสร็จสิ้นครบขั้นตอนแล้วให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องเราหนึ่งครั้งเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงระบบไฟล์ของเครื่องเราครับ

เราก็จะได้ระบบไฟล์ ที่เปลี่ยนแปลงแล้วครับ

Image

Image

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://allsaras.blogspot.com/2013/01/copy-file-4-gb.html

ปฏิทิน “สอบบรรจุครูผู้ช่วย” ปี 2556

นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ได้เปิดเผยร่างหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไป ดังนี้

  • กำหนดรับสมัครสอบแข่งขัน วันที่ 29 เม.ย.-5 พ.ค.56
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแข่งขัน ภายในวันที่ 17 พ.ค.
  • ดำเนินการสอบแข่งขัน ภาค ก ความรอบรู้ ความสามารถทั่วไป และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและการปฏิบัติของวิชาชีพครู วันที่ 22 มิ.ย.
  • สอบ ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง วันที่ 23 มิ.ย.
  • สอบภาค ค ความเหมาะสมกับวิชาชีพ วันที่ 24 มิ.ย.
  • ประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 8 ก.ค.56

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อว่าในกรณีที่อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯและส่วนราชการต่างๆ ดำเนินการสอบแข่งขันพร้อมกันให้ผู้สมัครมีสิทธิ์สมัครสอบแข่งขันได้เพียงแห่งเดียว หากปรากฎว่าผู้สมัครสอบแข่งขันสมัครเกินกว่าหนึ่งแห่งจะตัดสิทธิ์การสอบแข่งขันทั้งหมด และหากปรากฎว่าการดำเนินการสอบแข่งขันมีการทุจริตหรือส่อไปในทางไม่สุจริตหรือดำเนินการผิดพลาด อันอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ให้ผู้ดำเนินการสอบแข่งขันพิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกการสอบแข่งขันได้

ทั้งนี้ เมื่อการสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้วให้ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยให้เรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมทุกภาคจากมากไปหาน้อย โดยแยกตามคุณวุฒิ กลุ่มวิชา หรือสาขาวิชาเอก อย่างไรก็ตาม จากนี้สำนักงาน ก.ค.ศ.จะทำหนังสือแจ้งเวียนไปให้เขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ ได้รับทราบและเพื่อให้ออกประกาศ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ในการสอบแข่งขันกันต่อไป

 

ที่มา : http://www.kroobannok.com/57814

ไฟล์ในแฟรชไดร์ฟหาย ทำไงดี!!!!

หลังจากห่างหายไปนานวันนี้นักเรียนหลายคนเจอกับปัญหาเรื่องไฟล์หายไปจาก แฟรชไดร์ฟของตนเอง ซึ่งปัญหานี้เกิดจากไวรัสได้ซ่อนไฟล์หรือโฟเดอร์ ทำให้เรามองไม่เห็นไฟล์นั้น แม้จะเปิดมุมมองของ Windows ให้โชว์ไฟล์ที่มีสถานะ Hide ก็ไม่สามารถ มองเห็นได้ วันนี้ครูมีวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยใช้คำสั่ง attrib

วิธีการ

ขั้นที่ 1 ต้องสแกนไวรัสและฆ่าไวรัสให้หมดไปจากแฟรชไดร์ฟก่อน นอกจากนี้เครื่องที่ใช้แก้ไขก็ควรไม่
มีไวรัสด้วยเพื่อให้คำสั่ง attrib ที่เกิดประสิทธิภาพ
ขั้นที่ 2 เสียบแฟรชไดร์ฟของเราเข้าไปในเครื่อง เข้า Command Prompt โดยเข้าไปที่
 start->program->accessories->command prompt
p2
ขั้นตอนที่  3 เมื่อเข้ามาแล้วให้เปลี่ยนไปใช้งานแฟรชไดร์ โดยพิมพ์ ชื่อไดร์ฟของเรา 
เช่น ถ้าแฟรชไดร์เราเสียบกับคอมแล้วอยู่ไดร์ G ก็ให้พิมพ์ G: ตามด้วยกด Enter
  

p3

 
ขั้นที่ 4 ใช้คำสั่ง attrib -r -s -h /s /d เสร็จแล้วกด Enter 
รอสักครู่ ไฟล์และโฟเดอร์ก็จะสามารถมองเห็นได้ทั้งหมดเท่านี้ปัญหาไฟล์หายก็จะหมดไปนะครับ
p4 

รู้จักกับวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์ ว๊าว…และแล้ว 14 กุมภาพันธ์ หรือ วันวาเลนไทน์ ( Valentine ’s Day )ก็แวะเวียนมาถึงอีกแล้ว วันวาเลนไทน์
ใครที่มี ความรัก ก็คงชุ่มฉ่ำหัวใจน่าดู แต่ถ้าใครที่ยังโสดสนิทไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะความรัก ไม่จำเป็นต้องแสดงออก กับคู่รักเท่านั้น กับเพื่อนๆครอบครัว ฯลฯ ก็สามารถบอกรัก ได้เหมือนๆกัน… เอาเป็นว่า ก่อนที่เราจะบอกรักใครเราไปทำความรู้จักกับ วันแห่งความรัก กันก่อนดีกว่าค่ะ… เอ้…แล้ว วาเลนไทน์ ปีนี้ นักเรียน จะบอก รัก ใครเอ่ย?…

           วันวาเลนไทน์คงเป็นวันที่ใครหลาย ๆ คนรอคอย… โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่ตื่นขึ้นมา พร้อมรอยยิ้ม เพื่อเตรียมของขวัญ คำหวาน และข้อความพิเศษ ๆ มอบให้กับคนรักอย่างแน่นอน..  และในโอกาสวาเลนไทน์วันแห่งความรักวันนี้ กระปุกดอทคอมก็ไม่พลาดหยิบยกเรื่องราวของวันวาเลนไทน์มาฝากกันอีกเช่นเคย มาดูกันซิว่า วันวาเลนไทน์เกิดขึ้นได้อย่างไร และชาวตะวันตกทำอะไรกันบ้างในวันสำคัญสำหรับชาวคริสต์วันนี้

          สำหรับประวัติวันวาเลนไทน์นั้น หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เหตุเป็นเพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้น เป็นวันเสียชีวิตของนักบุญวาเลนไทน์ หรือเซนต์วาเลนไทน์ นักบุญแห่งความรักนั่นเอง นักบุญวาเลนไทน์ เป็นผู้ริเริ่มการจัดงานแต่งงานในยุคที่ไม่นิยมให้แต่งงานกัน เหตุเพราะในช่วงนั้น โรม ต้องประสบกับสงคราม จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ต้องการเกณฑ์คนไปรบ แต่มีบุคคลจำนวนมากที่มีครอบครัว มีภรรยา มีคนรัก ต่างไม่อยากจะทิ้งครอบครัวไป ทำให้ จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ตัดสินใจให้ยกเลิกการแต่งงานและการหมั้นทั้งหมดของชาวโรมันในยุคนั้นไปหมด อย่างสิ้นเชิง

           แต่นักบุญวาเลนไทน์กลับสวนกระแสของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ชักชวนคู่รักมาแต่งงานหลายต่อหลายคู่ จนโดนจับตัวไปขังเอาไว้ และในคุกที่คุมขังนักบุญวาเลนไทน์นั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดนางหนึ่ง เมื่อโดนจับได้ นักบุญวาเลนไทน์จึงถูกนำตัวไปประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันดังกล่าวจึงกลายมาเป็น วันวาเลนไทน์ วันที่ผู้คนจะรำลึกถึงนักบุญผู้อุทิศตนให้ความรักนั่นเอง

สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์

          สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม) 

          ตำนานความรักของ เทพเจ้าคิวปิด นั้น ในอดีต เทพเจ้าวีนัสอิจฉา “ไซกี” ธิดาวัยกำลังแรกรุ่นของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่สำคัญคือไซกีสวยกว่าเทพเจ้าวีนัสมาก นางเลยส่งเทพเจ้าคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่เทพเจ้าคิวปิดกลับหลงรักไซกีและพามาที่วัง และลอบมาหาในเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนยุให้ไซกีแอบดูตอนเทพเจ้าคิวปิดนอนหลับ แต่ด้วยความตื่นเต้นของไซกีที่เห็นเทพเจ้าคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงาม เลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่เทพเจ้าคิวปิด เมื่อเทพเจ้าคิวปิดรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำสั่ง จึงทิ้งนางไป

          เมื่อโดนทิ้ง ไซกีก็ออกตามหาเทพเจ้าคิวปิด ซึ่งตลอดเวลาไซกีถูกเทพเจ้าวีนัสกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา จนเทพเจ้าคิวปิดเห็นใจต้องเข้ามาช่วย เทพเจ้าจูปิเตอร์เห็นใจ จึงช่วยให้ทั้งสองได้ครองรักกัน

วันวาเลนไทน์


ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์ 
          หลายร้อยปีก่อนในประเทศอังกฤษ เด็ก ๆ จะแต่งตัวลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ในวันวาเลนไทน์ แล้วร้องเพลงจากบ้านหลังหนึ่งไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ในเนื้อเพลงท่อนหนึ่งจะกล่าวว่า ” Good morning to you, Valentine ; Curl your locks as I do mine — Two before and three behind. Good morning to you, Valentine.” 
          ในประเทศเวลส์ ผู้ที่มีความรักและชื่นชมในงานช้อนไม้แกะสลัก จะทำการแกะสลักช้อนและมอบให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ โดยจะสลักรูปหัวใจ และลูกกุญแจไว้บนช้อนนั้น ซึ่งมีความหมายว่า “คุณได้ไขหัวใจของฉัน” (You unlock my heart) 
          เด็กหนุ่มสาวจะทำการเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบ แล้วหย่อนไว้ในอ่างหรือชาม แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งชื่อ เพื่อดูว่าใครจะเป็นคู่ของตัวเองในวันวาเลนไทน์ หลังจากนั้นก็จะเอาชื่อที่หยิบได้นี้มาติดไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหนึ่ง สัปดาห์ การทำเช่นนี้มีความหมายว่า คนๆ นั้นต้องการบอกคนทั่วไปรู้ได้ง่าย ๆ ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร 
          ในบางประเทศ ผู้หญิงจะได้รับของขวัญเป็นเครื่องแต่งกายจากผู้ชาย แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเก็บของขวัญชิ้นนี้เอาไว้นั่นหมายถึงหล่อนจะแต่งงานกับเขา

วันวาเลนไทน์

          บางคนมีความเชื่อว่า ถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกโรบินบินผ่านเหนือศรีษะตนเองในวันวาเลนไทน์ นั่นหมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับกะลาสีเรือ หรือถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกกระจอก หล่อนก็จะได้แต่งงานกับชายยากจนและจะมีความสุข และถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนก Goldfinch หมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี 
          ในบางประเทศจะมีการทำเก้าอี้แห่งรักขึ้นมา ซึ่งจะเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดกว้าง ในครั้งแรกที่มีการทำเก้าอี้นี้ขึ้นมาก็เพื่อจะให้ผู้หญิงที่แต่งตัวในชุดราตรีนั่ง ต่อมาเก้าอี้แห่งรักนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองส่วนและมักจะทำเป็นรูปตัวเอส (S) ซึ่งการทำเก้าอี้ทรงนี้จะทำให้คู่รักสามารถนั่งด้วยกันได้ แต่จะไม่ใกล้ชิดกันจนเกินไป 
          บางธรรมเนียมในบางแห่งของโลก เด็กหนุ่มสาวจะนึกถึงชื่อของคนที่ตัวเองอยากจะแต่งงานด้วยประมาณห้าถึงหกชื่อ ในขณะที่ปอกเปลือกผลแอปเปิ้ลนั้นให้เป็นขดนั้น ก็ให้เอ่ยชื่อของคนที่นึกถึงออกมาจนกว่าจะปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้หมดผล และเชื่อกันว่า คนที่จะได้แต่งงานด้วยนั้นคือคนที่เอ่ยชื่อถึงในขณะที่ปอกเปลือกของแอปเปิ้ล ได้หมดพอดี 
          ในบางประเทศมีความเชื่อว่า ถ้าหากผ่าผลแอปเปิ้ลออกมาเป็นสองซีก แล้วให้นับเมล็ดข้างในดู แล้วก็จะสามารถรู้จำนวนบุตรในอนาคตได้ 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คลังปัญญาไทย

ใครไม่มีเวลาออกไปลอยกระทงมาลอยกระทงออนไลน์ที่นี่นะครับ

ใครไม่มีเวลาออกไปลอยกระทง สามารถมาร่วมลอยกระทงออนไลน์ได้ที่ http://www.mthai.com/loykrathong/

ประเพณีลอยกระทง


               ลอยกระทง เป็นประเพณีที่สำคัญและเก่าแก่ของไทย ตรงกับวันขึ้น๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งอยู่ในช่วงน้ำหลาก มีที่มากจากพิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งปัจจัยสำคัญในวัฒนธรรมของไทย ถึงแม้จุดมุ่งหมายความเชื่อในวันลอยกระทงจะแตกต่างกัน แต่ความหมายที่เหมือนกันของประเพณีลอยกระทงก็คือ การแสดงออกถึงความกตัญญู รู้จักสำนึกถึงคุณค่าของน้ำ ที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ดี นับเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ดีงามอย่างหนึ่งของไทย ปัจจุบันประเพณีลอยกระทงได้ถูกดัดแปลงไปบ้าง การให้ความสำคัญของความหมายของวันลอยกระทง คุณค่า สาระและแนวทางที่พึ่งปฏิบัติน้อยลง จึงได้จัดทำหนังสือเกี่ยวกับวันลอยกระทงขึ้น เพื่อเผยแพร่ ความหมาย คุณค่าสาระ แนวปฏิบัติ ตลอดจนธรรมเนียมที่ถูกต้องเกี่ยวกับวันลอยกระทง เพื่อให้คนรุ่นต่อไปไปได้น้ำมาศึกษาค้นคว้าและหวังอย่ายิ่งว่าจะเป็นแนวทางการปฏิบัติและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในประเพณีลอยกระทง ลอยกระทง เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณในช่วงวันเพ็ญ ๑๒ พระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์สอดส่องสว่างไสว แม่น้ำใสสะอาด เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง เพื่อแสดงถึงความเคารพและการสำนึกบุญคุณของแม่น้ำคงคา และอื่นๆ ตามคติความเชื่อของแต่ละภาคแต่ละท้องถิ่นโดยใช้เป็นสื่อการในการอธิฐาน และวันลอยกระทงที่จะมาถึง ในวันที่๒๘ พฤศจิกายน ขอเชิญให้ประชาชนไทยทั่วประเทศ ร่วมสืบทอดประเพณีลอยกระทงอันดีงามนี้ไว้เป็นเอกลักษณ์ของสังคมไทยไม่ให้เสื่อมสูญ

ที่มา : www.vcharkarn.com

เทศกาลกินเจ

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี เราจะเห็นธงสีเหลือง ๆ มีตัวอักษรจีนประดับอยู่ตามร้านอาหาร และที่ต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ว่า เริ่มเข้าสู่เทศกาลกินเจแล้ว สำหรับเทศกาลกินเจ ปี 2554 เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 เดือนกันยายน ถึง วันที่ 5 ตุลาคม 2554 แต่บางคนอาจกินเจล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่า “ล้างท้อง” นั่นเอง สำหรับวันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับเทศกาลกินเจมาฝากค่ะ …

คำว่า “เจ” ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีความหมายว่า “อุโบสถ” เดิมหมายความว่า “การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน” ตามแบบอย่างของชาวพุทธที่รักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ที่จะไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย เราจึงนิยมเรียกการไม่ทานเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า “กินเจ” ดังนั้นความหมายของคนกินเจ ไม่เพียงแต่ไม่ทานเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ

ช่วงเวลากินเจ
                 ประเพณีกินเจที่ชาวจีนเรียกกันว่า “เก้าอ๊วงเจ” หรือ “กิ้วอ๊วงเจ” แปลว่า “เจเดือน 9” เริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคมของไทย (ตามปฏิทินสากล) สำหรับในปี พ.ศ.2554 นี้ เริ่มวันที่ 27 กันยายน – 5 ตุลาคม คำว่า “เก้าอ๊วง” หรือ “กิ้วอ๊วง” แปลว่า “พระราชา 9 องค์” หรือนพราชา หมายถึงผู้เป็นใหญ่ทั้ง 9 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีกินผักกินเจ
กินเจเพื่ออะไร
   จุดประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ
1. กินเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ และปรับระบบต่างๆ ในร่างกายให้มีเสถียรภาพ
2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากทุกๆ วัน อาหารที่เรากินประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้ที่มีจิตใจดีงามจึงไม่สามารถกินเนื้อของสัตว์เหล่านั้นได้
3.กินเพื่อเว้นกรรม เพราะการฆ่าเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะการซื้อผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย ผู้ที่เข้าใจเรี่องกฎแห่งกรรมจึงหยุดกิน หันมารับประทานอาหารเจแทน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่ให้อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

อาหารเจ

                              อาหารเจนับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และไม่มีพิษต่อร่างกาย เพราะได้โปรตีนจากถั่วต่างๆ และยังย่อยง่ายเป็นการแบ่งเบาภาระของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ผู้ที่รับประทานเจ สามารถเลือกส่วนผสมดังต่อไปนี้มาปรุงอาหารได้ คือ ข้าวกล้อง (ใช้แทนข้าวขาว) โปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์) ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์ เต้าหู้ แป้งหมี่กึง และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำเป็นอาหารชนิดต่างๆ ปัจจุบันมีเมนูอาหารจำนวนมาก ซึ่งหลายเมนูทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริง เช่น ขาหมูเจที่ทำจากแป้ง และถั่ว ฯลฯ

ความแตกต่างของ “เจ” กับ “มังสวิรัติ”

 

หลายคนอาจสงสัยว่า “กินเจ” ต่างกับ “กินมังสวิรัติ” อย่างไร เพราะอาหารมังสวิรัติก็เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน แต่มังสวิรัติสามารถทานผักได้ทุกชนิด แต่อาหารเจ ต้องเว้นผักฉุน 5 ประเภท คือ ผักชี กระเทียม หัวหอม (รวมทั้งหอมแดง หอมขาว หัวหอมใหญ่ ต้นหอม) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน ไม่ค่อยพบในประเทศไทย) กุยช่าย และใบยาสูบ รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการถือศีลกินเจที่แท้จริง ขณะที่มังสวิรัติ หมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น การปฏิบัติตนในช่วงกินเจ

ช่วงเวลา 9 วันที่กินเจนั้น ผู้ที่ต้องการเป็นผู้ถือศีลกินเจอย่างครบสมบูรณ์ตามประเพณี ต้องปฏิบัติตัวดังนี้

1. งดเว้นเนื้อสัตว์ และทำอันตรายต่อสัตว์
2. งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์
3. งดอาหารรสจัด ทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด
4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น ผักชี กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ และของมึนเมาต่างๆ เพราะผักดังกล่าวนี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ
5. รักษาศีลห้า
6. ทำบุญทำทาน สำหรับคนที่เคร่งครัดจะนุ่งขาวห่มขาว
7. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์

สำหรับผู้ที่เคร่งครัดมากๆ จะทานอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นคนปรุงเท่านั้น รวมทั้งจะต้องล้างหม้อจนสะอาด แยกภาชนะสำหรับใส่เนื้อสัตว์ออก เพื่อปรุงอาหารเจเฉพาะ นอกจากนี้ยังจุดตะเกียงไว้ 9 ดวงตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน โดยไม่ปล่อยให้ดับ เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด

ที่มา http://hilight.kapook.com/view/29017